|
พระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์
อ.เมือง จ.นครปฐม
สถานที่จัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"
ในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามโครงการตั้งแต่ พ.ศ.
๒๕๔๘ - ๒๕๕๘
โครงการจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"
ของ สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย
หลักการและเหตุผล
......................คณะกรรมการบริหารสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย
มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน
๒๕๔๗ เห็นชอบกับโครงการจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"
เพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ในพระราชกรณียกิจ
ด้านการสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาฟุตบอลของชาติ ในวาระครบรอบ
๑๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้า
ฯ ก่อตั้งคณะฟุตบอลสยาม หรือ "ทีมชาติไทย" อันเป็นพันธกิจสำคัญที่ก่อตั้งสมาคมขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์
เกียรติประวัติบุคคลและเกียรติภูมิของนักฟุตบอลทีมชาติไทย
ลักษณะของโครงการ
.....................การแสดงปฐมบทประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมของกีฬา
"ฟุตบอล" หรือ "ASSOCIATION FOOTBALL" ในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรก
ณ สนามหลวง เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ เป็นเวลากว่า
๑๐๕ ปี โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ จักรี ทรงถือเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬา
กล่าวคือ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
๕ ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้มีการจัดแข่งขันกีฬาสากลและการแข่งขันฟุตบอลจนเริ่มนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย
รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
๖ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ฯ ก่อตั้งคณะฟุตบอลสยาม
(ทีมชาติไทย) ณ สนามสามัคยาจารย์สมาคม (ภายในบริเวณโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย)
วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๘ และโปรดเกล้า ฯ จัดตั้งคณะฟุตบอลแห่งสยาม
(สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์) วันที่ ๒๕
เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙ ขึ้น นักประวัติศาสตร์การกีฬาจึงเรียกว่า
"ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม" ภายหลังจาก "สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า"
ทรงเสด็จสวรรคต รัชกาล พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๗ จึงทรงโปรดเกล้า ฯ รับคณะฟุตบอลแห่งสยามให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช
เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
.....................โครงการจัดสร้าง
"พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม" ณ พระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์
จังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นพระอนุสรณ์สถานครบรอบศตวรรษของการโปรดเกล้า
ฯ ก่อตั้งทีมชาติไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ อันจะเป็นแหล่งจัดเก็บและรวบรวมหลักฐานสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์กีฬาฟุตบอลของประเทศไทย
อาทิ ลายพระราชหัตเลขารัชกาลที่ ๖ เกี่ยวกับการเลือกตั้งสภานายกและสภากรรมการ,
ประกาศพระบรมราชโองการข้อบังคับลักษณะปกครองคณะฟุตบอลแห่งสยาม
พระพุทธศักราช ๒๔๕๙, บทความพระราชนิพนธ์เรื่องฟุตบอล, ภาพล้อลายเส้นฝีพระหัตถ์,
ภาพทรงถ่าย, จดหมายเหตุ, เหรียญรางวัล ฯลฯ นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมการกีฬาของชาติ
"พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม" จะให้ความรู้เชิงวิชาการ
สำหรับกรณีศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน
ต่อไปในอนาคต.
งบประมาณ
............. โดยสมาคมฯ
จะดำเนินการนำเสนอโครงการจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"
ระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๘ ไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ที่มีงบประมาณหรือกองทุนส่งเสริมกิจกรรมด้านการกีฬาและสาธารณประโยชน์ต่อเยาวชน
สังคมและประเทศชาติ เพื่อสนับสนุนงบประมาณ จำนวน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐
บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)
สถานที่จัดสร้าง
..............สำนักพระราชวัง
ได้อนุญาตให้ พระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนคร
ปฐม เพื่อเป็นสถานที่จัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"
อย่างเป็นทางการของประเทศไทย เนื่องจากรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ ทรงใช้พระราชวังสนามจันทร์ เป็นที่ประทับและโปรดเกล้า
ฯ อนุญาตให้ใช้สนามหน้าพระที่นั่งพิมานปฐม เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลถ้วยทองนักรบ
ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๘ มาแต่อดีต.
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
.............. ๑. บุคคลผู้เกี่ยวข้องกับการกีฬาได้สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ
สถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีในพระราชกรณียกิจด้านการสนับสนุน
และส่งเสริมกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย.
..................๒. นักเรียน
นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป จะมีแหล่งเพื่อกรณีศึกษา
ค้นคว้าและงานวิจัย เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย.
..................๓. ทำให้เยาวชนของชาติเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของนักฟุตบอลทีมชาติไทย
ก่อให้เกิด แรงบันดาลใจ (MOTIVATION) และส่งผลให้มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต.
................. ๔. สร้างความสามัคคีและปลูกฝังค่านิยมความเป็น
"ชาติไทย" รากฐานการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนา วงการฟุตบอลของไทย
ก้าวไปสู่ระดับมาตรฐานสากล.
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สิ่งของอันทรงคุณค่าส่วงนหนึ่งที่จะตั้งแสดง
ณ

รูปทรงฉายสโมสรฟุตบอล ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 6.
|
"พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม"

เข็มกลัดฟุตบอลตราพระมหามงกุฎ สมัยรัชกาล ที่ 7.
|

บันทึกเกี่ยวกับฟุตบอลถ้วยทองนักรบในรัชกาลที่ 6.
|

รูปและหนังสือ ของหลวงเจริญราชนาวา.
|

สมุดบันทึกเรื่องฟุตบอลของขุนประสิทธิ์วิทยากร.
|

สมุดภาพชุดสโมสรระหว่าง พ.ศ. 2560 - 2575.
|

หนังสือเกี่ยวกับอดีตนักฟุตบอลสำคัญของสยาม.
|

หนังสือสูจิบัตรการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนแห่ง เอเชีย พ.ศ.
2505.
|

บัตรประจำตัวนักฟุตบอลโอลิมปิกเมลเบิร์น ค.ศ. 1956.
|

กระเป๋าเสื้อของนักฟุตบอลโอลิมปิกเมลเบิร์น ค.ศ. 1956.
|

บัตรประจำกรรมการผู้ตัดสินฟีฟ่าของไทย.
|

เหรียญทองกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2508.
|

บัตรประจำตัวนักฟุตบอลทีมชาติไทยกับการแข่งขัน ระดับชาติ.
|

เหรียญรางวัลการแข่งขันรายการระดับชาติ.
|

บัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมชาติไทย.
|

หมวกพระราชทานตราพระมหามงกุฎ (พ.ศ. 2548 -2468)
|

โล่เกียรติภูมิทีมชาติไทย โอลิมปิกเมลเบิร์น ค.ศ. 1956.
|

ลูกฟุตบอลพร้อมลายมือชื่อนักนักฟุตบอล ชุดโอลิมปิกเมลเบิร์น
ค.ศ. 1956.
|

ลูกฟุตบอลพร้อมลายมือชื่อนักนักฟุตบอล ชุดโอลิมปิกเม็กซิโก
ค.ศ. 1968
|

โล่เกียรติภูมิทีมชาติไทย โอลิมปิกเม็กซิโก ค.ศ. 1968
|

โล่เกียรติภูมิทีมชาติไทย ชุดชนะเลิศกีฬาแหลมทอง พ.ศ.
2508.
|

ลูกฟุตบอลพร้อมลายมือชื่อนักฟุตบอลชุดชนะเลิศ กีฬาแหลมทอง
พ.ศ. 2508.
|

ลูกฟุตบอลพร้อมลายมือชื่อนักฟุตบอลชุดชนะเลิศเยาวชนแห่งเอเชีย
พ.ศ. 2505.
|

โล่เกียรติภูมิทีมชาติไทย ชุดชนะเลิศเยาวชนแห่งเอเชีย
พ.ศ. 2505.
|