
สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย
THE FOOTBALL HISTORY ASSOCIATION OF THAILAND
คณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
๑. นายพิสิษฐ์ งามพานิช
..............ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
๒.
นายประสันต์ สุวรรณสิทธิ์
....ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
๓. นายอรรถ
แสงจิตต์
..................ที่ปรึกษากฎหมาย
๔.
นายวรชาติ มีชูบท
....................ที่ปรึกษาวิชาการ
ปฐมบทของสมาคม
บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง
ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีความสนใจร่วมกันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กีฬา ฟุตบอลของประเทศไทย
กล่าวคือสถาบันพระมหากษัตริย์โปรดเกล้า ฯ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาฟุตบอล โดยรับอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
อันถือเป็นวิวัฒนาการวัฒนธรรมการกีฬาของชาติมานานกว่าศตวรรษ จึงมีความเห็นตรงกันในการก่อตั้ง
"สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย" ขึ้น เพื่อให้ สมดังพระราชปรารภในบทพระราชนิพนธ์
เรื่อง "ความนิยมฟุตบอลในเมืองไทย" ของนิสิตออกฟอร์ด (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ความตอนหนึ่งว่า "ฟุตบอลได้ เกิดขึ้นด้วยอาการอย่างไรนั้นก็หาได้มีปรากฏในจดหมายเหตุแห่งใดไม่"
โดยจะเป็นองค์กรดำเนินการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลของประเทศไทย.
ใบอนุญาตและทะเบียนสมาคม
- คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ อนุญาต ณ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕
-
นายทะเบียนสมาคมประจำกรุงเทพมหานคร รับจดเลขทะเบียนที่ จ. ๔๑๙๑ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๔๖ (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๗๐ ง. ลงวันที่ ๒๕
กันยายน ๒๕๔๖)
ที่ตั้งสมาคม
- สำนักงานใหญ่
เลขที่ ๑๖๙/๑๖๙ ซอยวัดใหม่พิเรนทร์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
-
สำนักงานสาขา เลขที่ ๑๐๐/๓๕๒ ถนนเหนือวัง ตำบลลำพยา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ๗๓๐๐๐
ความหมายของตราสมาคม
คือวิวัฒนาการแห่งประวัติศาสตร์กีฬาฟุตบอลของประเทศไทย
พันธกิจของสมาคม
๑. เพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ในพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมกีฬาฟุตบอล
ในพระบรมราชูปถัมภ์
๒. เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์และเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย
๓. เพื่อกรณีศึกษา ค้นคว้าและรวบรวมหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย.
๔. เพื่อส่งเสริมเกียรติประวัติบุคคล นักฟุตบอลและเกียรติภูมิของทีมชาติไทย.
๕. เพื่อประสานประโยชน์ระหว่างองค์กรทั้งภายในและนอกประเทศ.
๖. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ประชุมใหญ่ของสมาคมเห็นชอบด้วย
แต่จะต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง.
การบริหารจัดการองค์กร
๑. จดทะเบียนสมาคมตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย.
๒. สมาชิกจะประชุมใหญ่เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้
ความสามารถและเสียสละอุทิศเวลา เป็นคณะกรรมการบริหาร.
๓. คณะกรรมการบริหาร จัดให้มีการประชุม
๑ ครั้ง / เดือน เพื่อดำเนินการตามพันธกิจของสมาคม.
๔. คณะกรรมการบริหาร ไม่มีเบี้ยประชุมและค่าตอบแทน.
๕. คณะกรรมการบริหาร จะอยู่ในวาระชุดละ ๔ ปี.