Web Analytics
บทความ หักดาบซามูไร

บทความ เรื่อง "หักดาบซามูไร"

 

“ทีมชาติไทยอยู่นอกสายตาของพวกเรา” บทสัมภาษณ์ของ มร. ทาคาชิ โมริ โค้ชชาวอาทิตย์อุทัย ก่อนลงสนามพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติญี่ปุ่น ฟุตบอลปรี-โอลิมปิก รอบ 10 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชีย ที่สิงค์โปร์ อาจเป็นเพราะสถิติเก่าที่เคยพบกันมา 15 ครั้ง ในรอบ 19 ปี นักเตะซามูไรยังไม่เคยปราชัยให้แก่ขุนพลลุ่มเจ้าพระยา แม้แต่แมทช์เดียว

 

การแข่งขันฟุตบอลปรี-โอลิมปิก รอบคัดเลือก แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยจะคัดเอาเพียง 2 ทีม ของแต่กลุ่มเข้ามาเล่นรอบ 10 ทีมสุดท้าย เพื่อคัดเอาแค่ 3 ทีม เป็นตัวแทนของทวีปเอเชียไปลงเล่นฟุตบอลโอลิมปิก ค.ศ. 1984 ณ นครลอสแองเจลิส สำหรับกลุ่ม 1 มี คูเวต, กาตาร์ กลุ่ม 2 อิรัก, บาห์เรน กลุ่ม 3 ซาอุดิอาระเบีย, มาเลเซีย กลุ่ม 4 ไทย, เกาหลีใต้และกลุ่ม 5 นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น

 

ก่อนที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะส่งทีมชาติไทยเดินทางไปแข่งขันรอบ 10 ทีมสุดท้ายที่ประเทศมาเลเซีย จึงได้จัดแมทช์อุ่นเครื่องกับสโมสรอินดิเพนเดียนเต แอตเลติโก ทีมแชมป์สมัครเล่นจากประเทศอาร์เจนตินา รวม 3 นัด ทีมไทยชนะรวด (2-1, 2-1 และ 3-0)

 

ฟุตบอลปรี-โอลิมปิก รอบ 10 ทีมสุดท้าย ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงค์โปร์ ระหว่างวันที่ 14-26 เมษายน 2527 แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ สายเอ มี คูเวต, บาห์เรน, ซาอุดิอาระเบีย, เกาหลีใต้ และสาย บี มี กาตาร์, อิรัก, มาเลเซีย, ไทย และญี่ปุ่น โดยทีมคะแนนอันดับ 1 ของแต่ละสาย จะผ่านเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิกทันที ส่วนทีมอันดับ 2 ของสายจะต้องตัดเชือกกัน เพื่อเข้ารอบอีกหนึ่งทีม

 

วันที่ 15 เมษายน 2527 ณ สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ท่ามกลางแฟนลูกหนังกว่า 30,000 คน ทีมชาติไทยลงสนามในชุดสีน้ำเงิน พบทีมชาติญี่ปุ่นสวมชุดสีขาวล้วน นักเตะเปิดเกมก่อน แต่ผู้เล่นชาวอาทิตย์อุทัยแย่งบอลไปครองได้ จึงพยายามจะเล่นบอลคอนโทรลช้า น.5 “เจ้าบังตีนเมา” มาด๊าด ทองท้วม ทนเจ็บไม่ไหว ต้องให้ บูญนำ สุขสวัสดิ์ ลงสนามแทน น.16 “เพชฌฆาตหน้าหยก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ลากบอลฉีกหนีแผงหลังญี่ปุ่นเข้าไปยิงมุมแคบผ่าน ทากูชิ มิตซูฮิซะ นายทวาร 1-0 น.25 “เจ้าหนูถีบจักร” ชลอ หงส์ขจร วิ่งเข้าชัลโวจารการพลาดของผู้เล่นญี่ปุ่น ขยับนำห่าง 2-0

 

ครึ่งหลัง ทีมธงไตรรงค์เริ่มเล่นด้วยความคึกคะนอง กว่า น.48 “มิตฟิลด์เท้าชั่งทอง” เฉลิมวุฒิ สง่าพล ตักลูกข้ามหัวผู้รักษาประตู ทีมไทยเปลี่ยนสกอร์เป็น 3-0 น.49 ชลิต สัตตบรรณ ส่งบอลให้ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สังหารอย่างเผาขน 4-0 ทีมญี่ปุ่นมาตีไข่แตกสำเร็จใน น.71 มัตชูกิ ยาซูนาโร เข้าวิ่งหวดลูกไปชนขา สุรัก ไชยกิตติ ไหลเข้าตาข่ายไป ไล่ตามมาห่าง ๆ 1-4 อีกเพียงแค่ไม่ถึงกี่นาที ขุนพลธงไตรรงค์มาได้จุดโทษหลังจาก ปิยะพงษ์ โดนเกี่ยวล้มลง ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นมาเป็นผู้เตะจุดโทษนั้นด้วยตัวเอง หลังจากเคยพลาดจุดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปรี-โอลิมปิก กลุ่ม 4 ที่กรุงเทพฯ แต่แมทช์นี้ยิงไม่พลาด ทำให้ขึ้นนำ 5-1 และเป็น “แฮดทริก” ของปิยะพงษ์ ผิวอ่อน น.78 ผู้ตัดสินชาวซีเรียชี้ให้จุดโทษทีมญี่ปุ่น เนื่องจาก “นายพันกระดูกเหล็ก” อำนาจ เฉลิมชวลิต ทำแฮนด์บอลไม่เจตนา คิมูระ คาชูชิ วิ่งเข้าแปง่ายๆ หมดเวลาการแข่งขัน ทีมชาติไทย ถล่ม ทีมชาติญี่ปุ่น 5-2

 

เมื่อจบการแข่งขัน โค้ชทีมชาติญี่ปุ่นกล่าวว่า “ไม่น่าเชื่อว่า ผลของสกอร์จะออกมาเป็นเช่นนี้โดยเฉพาะ เทตซูโอะ ซูกามาตะ ที่สั่งให้จับตาย ปิยะพงษ์ กลับเอาไม่อยู่ จนทำให้ทีมของเราไม่สามารถจะเล่นกันตามแผนที่วางเอาไว้ได้”

 

จากชัยชนะแมทช์ของทีมไทย ทำให้สื่อมวลชนของต่างประเทศยกให้เป็น “ม้ามืด” ของทัวร์นาเมนต์ทันที แต่นักเตะสยามทำได้ดีที่สุดเพียงนัดแรก เพราะผลนัดต่อมา วันที่ 18 เมษายน แพ้ อิรัก 1-2, วันที่ 22 เมษายน แพ้ กาตาร์ 0-1 และ วันที่ 24 เมษายน เสมอ มาเลเซีย 0-0 จึงไม่ผ่านรอบ 10 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชีย

 

ในขณะที่ทีมชาติญี่ปุ่น ที่มีสถิติแพ้รวดทั้ง 4 แมทช์ ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว จึงใช้ความล้มเหลวครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของวงการลูกหนังซามูไร ด้วยการพัฒนาระบบการบริหารองค์กร และการแข่งขันรายการระดับต่างๆ ภายในประเทศอย่างจริงจัง จนสามารถก้าวผงาดขึ้นเป็นทีมฟุตบอลชั้นนำที่โลกลูกหนังกำลังจับตามองอีกชาติหนึ่งของทวีปเอเชีย.

 

จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ